เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ร่วมกับคณะผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา จัดงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรม The St. Regis Jakarta โดยมีนายไอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านกิจการเศรษฐกิจ เป็นแขกเกียรติยศ และมีนางวีดียันตี ปูตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย และนาย Sultan Bachtiar Najamudin ประธานสภาผู้แทนระดับภูมิภาคอินโดนีเซีย ตลอดจนข้าราชการทีมประเทศไทย คณะทูตานุทูต หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนไทยและอินโดนีเซีย รวมถึงสมาชิกชุมชนไทยเข้าร่วมด้วยกว่า 600 คน
ในโอกาสนี้ นายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา ได้กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมราชบพิตร ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานานัปการในการพัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกรชาวไทยให้มีความก้าวหน้ายั่งยืน และย้ำถึงความสำคัญของอินโดนีเซียในฐานะมิตรประเทศที่สำคัญของไทยมายาวนาน โดยจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางทูตระหว่างกันในปี 2568 นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงต้มยำกุ้ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 อีกด้วย
นางพันทิพา เอี่ยมสุทธา เอกะโรหิต เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตาได้กล่าวถึงความสำคัญของอาเซียนในฐานะเสาหลักของการทูตไทยและรากฐานสำคัญของสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองในระดับภูมิภาค รวมทั้งบทบาทไทยในการเสริมสร้างความร่วมมืออันใกล้ชิดภายใต้กรอบอาเซียน และความมุ่งมั่นของไทยที่จะร่วมมือกับสมาชิกอาเซียน และประเทศหุ้นส่วนในการบรรลุเป้าหมายภายใต้วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045
นายไอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านกิจการเศรษฐกิจ ในฐานะแขกเกียรติยศได้กล่าวเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แสดงความยินดีต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทยในโอกาสวันชาติไทย และย้ำว่า เวลานี้ทั้งสองประเทศต่างมีรัฐบาลชุดใหม่ และจะมีการฉลองครบรอบ ๗๕ ปีความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมกัน จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในทุกระดับ และสาขาที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย อาทิ ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ตลอดจนการส่งเสริมร่วมมือกันในกรอบความร่วมมือพหุภาคี อาทิ BRICS และ OECD ที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างดำเนินการสมัครเป็นสมาชิก เพื่อเป็นกระบอกเสียงแก่ประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมความร่วมมือแบบใต้-ใต้
งานเลี้ยงรับรองปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากทีมประเทศไทย และภาคเอกชนไทยในอินโดนีเซีย โดยภายในงานมีการขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงไทย โดยนักร้องและวงดนตรีชาวอินโดนีเซีย และนำเสนออาหารไทยและเครื่องดื่ม กว่า 12 ซุ้ม รวมทั้งมีการจัดมุมธุรกิจ (Business Corner) เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของภาคเอกชนไทยในอินโดนีเซียด้วย

